วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

3 เคล็ดลับง่ายๆ ห่างไกล “กระดูกพรุน”


3 เคล็ดลับง่ายๆ ห่างไกล “กระดูกพรุน”





Jurairat N.




วัยรุ่น วัยทำงานอาจจะยังไม่เห็นถึงความสำคัญของกระดูกของเรามากนัก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะรู้สึกเจ็บปวด หรือมีอาการผิดปกติจากกระดูกที่เสื่อมสภาพลงแต่อย่างใด แต่หากเข้าสู่วัยกลางคนเมื่อไร เราอาจจะมานั่งเสียใจทีหลังว่า “รู้งี้ดูแลกระดูกให้ดีตั้งแต่แรกก็คงดี” เพราะหากเป็นโรค “กระดูกพรุน” ขึ้นมา คุณภาพชีวิตจะแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่า 1 ใน 3 ของผู้หญิง และ 1 ใน 5 ของผู้ชาย ที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสเสี่ยงที่จะกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน และผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี การเรียนรู้ป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าแก้ สำหรับกลุ่มบุคคลที่มีปัจจัยโอกาสเสี่ยงสูง


โรคกระดูกพรุน คืออะไร?

โรคกระดูกพรุน คือโรคที่เกิดจากภาวะที่เนื้อกระดูกบางจากการสูญเสียแคลเซียม ทำให้กระดูกไม่แข็งแรง ผุกร่อน รับน้ำหนักได้ไม่ดี หากเกิดการบาดเจ็บ กระทบกระแทก หรือแค่ยกของหนักเพียงเล็กน้อยอาจทำให้กระดูกหักได้ง่าย


อาการของโรคกระดูกพรุน

อาการสำคัญของโรคกระดูกพรุน คือ ปวดตามกระดูก โดยเฉพาะกระดูกส่วนกลางที่รับน้ำหนัก เช่น กระดูกสันหลัง สะโพก รวมถึงข้อต่างๆ ต่อมาหลังจะโก่งค่อม ตัวเตี้ยลงเนื่องจากกระดูกสันหลังยุบตัวลง ทำให้ปวดหลังมาก เคลื่อนไหวตัวลำบาก


ปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน
อายุที่เพิ่มมากขึ้น อาจมีความเสี่ยงมากข้นในราวๆ อายุ 45-60 ปี


สมาชิกในครอบครัวมีประวัติในการเป็นโรคกระดูกพรุน


มีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน


สูบบุหรี่


ดื่มแอลกอฮอล์


ดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นประจำ


นั่งทำงานเป็นเวลานาน ไม่ค่อยขยับร่างกาย


ขาดการออกกำลังกายเป็นประจำ


เป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน ไทรอยด์ มะเร็ง ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ไต และโรคเลือด


เป็นผู้ที่ทานยากันชัก ยารักษาโรครูมาตอยด์ ยาลูกกลอนที่ผสมสเตียรอยด์


เป็นต้น


อันตรายของโรคกระดูกพรุน

ร้อยละ 50 ของผู้ที่มีกระดูกหักหนึ่งจุดเนื่องจากภาวะกระดูกพรุน จะมีโอกาสเกิดภาวะกระดูกหักซ้ำเพิ่มได้อีกในบริเวณอื่นๆ โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสะโพก กระดูกหลัง กระดูกข้อมือ ดังนั้นนอกจากเป็นอาการเจ็บตัวที่จะต้องเข้ารับการรักษาบ่อยๆ แล้ว หากกระดูกหักในจังหวะที่ล้ม อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมากกว่าแค่เจ็บตัวได้


3 เคล็ดลับง่ายๆ ห่างไกลโรคกระดูกพรุน
งดการดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน น้ำอัดลม และงดการสูบบุหรี่ เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ คาเฟอีน กรดฟอสฟอริกในน้ำอัดลม และผลข้างเคียงจากการสูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงในการที่ทำให้มวลกระดูกแข็งแรงน้อยลง


ลดการทานอาหารรสเค็ม เพราะอาหารเค็มมีผลทำให้มวลของกระดูกลดต่ำลงได้เช่นกัน


เพิ่มการทานอาหารที่มีแคลเซียมให้มากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์นม ปลาตัวเล็กที่สามารถกินได้ทั้งกระดูก เนยแข็ง ผักใบเขียว



ข้อมูลเพิ่มเติม : การทานแคลเซียมให้ได้ประโยชน์สูงสุด คือไม่ควรทานอาหารที่มีแคลเซียมหลังมื้ออาหารที่มีผักมากๆ เพราะอาจทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง และอาจจับกับผักทำให้อืดแน่นท้อง เมื่อทานแคลเซียมควรรับประทานอาหารที่มีความสมดุลของโปรตีนเพื่อลดความเสี่ยงในการก่อให้เกิดภาวะนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และต้องแน่ใจว่าในร่างกายมีวิตามินดีมากพอที่จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้อย่างเป็นปกติด้วย ดังนั้นแม้ว่าบ้านเราจะมีแดดออกตลอดปี แต่พบว่าคนไทยหลายคนอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงขาดวิตามินดี เพราะมัวแต่หลบแดด อย่าลืมเพิ่มวิตามินดีง่ายๆ ด้วยการออกกำลังกายกลางแจ้งในตอนเช้าอย่างน้อย 20-30 นาทีด้วย


ขอขอบคุณ

ข้อมูล :โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์,กลุ่มภารกิจสารนิเทศ ศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาพ :iStock

หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูกพิเศษได้ที่>> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท

แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr

หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr

****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น